ReadyPlanet.com
dot
dot
โครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดรับประทานฝักสด
dot
bulletเกี่ยวกับโครงการฯ
bulletผลงานตีพิมพ์ การนำเสนอ และรางวัลที่ได้รับ
bulletแนะนำเชื้อพันธุกรรม
bulletการประเมินเชื้อพันธุกรรมโดยใช้ลายพิมพ์ดีเอ็นเอชนิดอาร์เอพีดี
bulletข้าวโพดพันธุ์ใหม่
bulletนักศึกษาในโครงการฯ
bulletการจัดการ-ดูแล
bullet111
bulletภาพกิจกรรม
dot
โครงการปรับปรุงพันธุ์พริกและมะเขือเทศ
dot
bulletโครงการปรับปรุงพันธุ์พริก
bulletโครงการปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศ
bulletนักวิจัยและนักศึกษาในโครงการ ฯ
bulletผลงานวิจัย ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ เผยแพร่ข้อมูล บริการวิชาการ
bulletเอกสารเผยแพร่
bulletผลงานวิจัยอื่น ๆ
bulletCatalog tomato
bulletCatalog chili
bulletแบบฟอร์มข้อตกลงอนุญาตให้ใช้เชื้อพันธุกรรม
bulletภาพกิจกรรม
dot
สมาคมปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย
dot
bulletเกี่ยวกับสมาคมฯ
bulletวัตถุประสงค์
bullet111
bulletเว็บไซต์เดิม
dot
ติดต่อเรา

dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
Germplasm database ฐานข้อมูลเชื้อพันธุกรรม
สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช
SABRAO
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


เกี่ยวกับสมาคมฯ

 ข้อบังคับของสมาคมปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย

 (จดทะเบียนเมื่อ 25 มิถุนายน 2535 แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 ธันวาคม 2545 และครั้งที่ 2 เมื่อ 11 ธันวาคม 2551)

หมวดที่ 1

ความทั่วไป

 ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า  สมาคมปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย ใช้อักษรย่อว่า "สปขท." และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Plant Breeding and Multiplication Association of Thailandใช้อักษรย่อว่า "PBMAT" 

ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคม มีลักษณะเป็นรูปลายเส้น มีความหมายว่า เพศผู้ (f) และเพศเมีย (φ) มาสัมพันธ์กัน f) ทำให้เกิดการแตกเหล่าแตกกอจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด จากแปดเป็นสิบหก ฯลฯ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปรับปรุงพันธุ์ (ผสมพันธุ์) และการขายพันธุ์

ข้อ 3. สำนักงานของสมาคม  ตั้งอยู่ที่อาคารสถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทร. 02-5620502 และ 02-5793930-3 ต่อ 110 หรือ 089 1146902 โทรสาร 02-5620502 อีเมล thaipbmat@gmail.com เวบไซท์ http://sites.google.com/site/pbmat1/

ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม

            4.1 เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูล ตลอดจนความชำนาญและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืช ทั้งในและระหว่างประเทศ 

4.2 สนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนา ด้านการปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืช เพื่อให้เจริญก้าวหน้า 

4.3 ประสานงานให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ในด้านการปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืช เพื่อขจัดปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่มี และให้งานในด้านนี้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและประเทศชาติมากที่สุด 

4.4 เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ ด้านการปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืช แก่นักวิชาการและประชาชนที่สนใจทั่วไป เพื่อส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของอาชีพด้านนี้ 

4.5 เสริมสร้างความรู้และความชำนาญแก่สมาชิกของสมาคม ในด้านการปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืช 

4.6 ไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการเมืองแต่ประการใด

 หมวดที่ 2

สมาชิก

 

ข้อ 5. สมาชิกของสมาคม

   5.1  สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืช ขยายพันธุ์พืช และผู้ที่สนใจทั่วไป

   5.2  สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการบริหารของสมาคมมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

 ข้อ 6. สมาชิกจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้   

   6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

   6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

   6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

   6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาขอศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคม

 ข้อ 7. ค่าธรรมเนียมและบำรุงสมาคม

   7.1 สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า 50 บาท ค่าบำรุงสมาชิกสมาคมเป็นรายปี ปีละ 50 บาท หรือค่าบำรุงตลอดชีพ 500 บาท

   7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าบำรุงสมาคม

 ข้อ 8.  การสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย คน และให้เลขาธิการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมจะได้พิจารณาคัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ให้เลขาธิการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครรับทราบโดยเร็ว

 ข้อ 9.  การพิจารณาให้ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าบำรุงสมาชิก ให้เสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ และให้เริ่มสมาชิกภาพของผู้สมัครนั้น ตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงสมาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงภายในกำหนด ให้ถือว่าการสมัครนั้นเป็นอันยกเลิก

 ข้อ 10.  สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการบริหารฯ ได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงสมาคม

 ข้อ 11.  การสิ้นสุดสมาชิกภาพ เกิดด้วยเหตุดังต่อไปนี้

   11.1 ตาย

   11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการบริหารได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

   11.3 ขาดคุณสมบัติของสมาชิก

   11.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการบริหาร ได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน

 ข้อ 12.  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

   12.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ทำการของสมาคม โดยเท่าเทียมกัน

   12.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร

   12.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

   12.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

   12.5 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ คะแนนเสียง

   12.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

   12.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ใน ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ

   12.8 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

   12.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

   12.10 หน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม

   12.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

   12.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

 หมวดที่ 3

การดำเนินกิจการสมาคม

 ข้อ 13. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง  ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย คน อย่างมากไม่เกิน 40 คน โดยให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคมเป็นนายกสมาคม ตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้

   13.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม ในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหาร และการประชุมใหญ่ของสมาคม

   13.2 อุปนายก กำหนดให้มีไม่เกิน คน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ในการทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกคนที่ 1 - 4 ตามลำดับ เป็นผู้กระทำการแทน

   13.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

   13.4 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายจ่าย บัญชีงบดุลสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

   13.5 ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

   13.6 นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

   13.7 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจกรรมและเกียรติคุณของสมาคม แก่สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไป

   13.8 สาราณียากร มีหน้าที่จัดพิมพ์ข่าวสารและเอกสารวิชาการ ความรู้ ข้อมูล ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืช และกิจกรรมของสมาคม

   13.9 กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับกรรมการตามข้างต้นแล้ว ไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ ส่วนกรรมการทีมิได้กำหนดไว้ข้างต้น ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

ข้อ 14.  คณะกรรมการบริหารของสมาคม สามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ปี และเมื่อคณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ให้คณะกรรมการบริหารที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการ จนกว่าคณะกรรมการบริหารชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการส่งและรับมอบงาน ระหว่างคณะกรรมการบริหารชุดเก่าและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ 15. ตำแหน่งกรรมการบริหารสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้ง สมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควร เข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น และผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้ตามวาระที่เหลือ

ข้อ 16. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

   16.1 ตาย

   16.2 ลาออก

   16.3 ขาดจากสมาชิกภาพ

   16.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ 17กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหาร และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการบริหารมีมติให้ออก

ข้อ 18อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสมาคม

   18.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

   18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

   18.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการบริหารที่แต่งตั้ง

   18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่สามัญ

   18.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ

   18.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

   18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

   18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ใน ของสมาชิกทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ซึ่งในการจัดนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญภายใน30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

   18.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคม ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้ เมื่อสมาชิกร้องขอ

   18.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ

   18.11 มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ 19.  คณะกรรมการบริหารสมาคม จะต้องมีการประชุมอย่างน้อย เดือนต่อ 1ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ 20การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของคณะกรรมการบริหารทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนั้น ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อที่ 21.  ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้นแทน

 หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

 

ข้อ 22การประชุมใหญ่ของสมาคม มี ชนิด คือ

   1.1 ประชุมใหญ่สามัญ

   1.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 23คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ ครั้ง

ข้อ 24. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นโดยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 26. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา สถานที่ประชุมให้ชัดเจน ซึ่งต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า วัน และติดประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ 27. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

   5.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

   5.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่นมาให้สมาชิกรับทราบ

   5.3 เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ ปี

   5.4 แต่งตั้งผู้สอบบัญชี

   5.5 เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

ข้อ 28. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุม ยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบเวลาที่ขยายแล้ว ยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และจัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งหลังจากเวลาได้ล่วงเลยมาแล้วไม่น้อยกว่า 15 วัน แต่ต้องไม่เกิน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้เลื่อนการประชุมครั้งแรก ยกเว้น ถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ไม่ต้องจัดประชุมใหม่ ให้ถือว่าการประชุมนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ 28. การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าเสียงที่ลงมติมีคะแนนเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 29. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่ว่างมาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคมที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 หมวดที่ 5

การเงินและทรัพย์สิน

 

ข้อ 30. การเงินและทรัพย์สิน ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร ถ้ามีเงินสดของสมาคม ให้นำไปฝากไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ของกรมวิชาการเกษตรหรือธนาคาร

ข้อ 31. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทน ลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ พร้อมประทับตราของสมาคม จึงถือว่าใช้ได้

ข้อ 32. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคม ได้ครั้งละไม่เกิน20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้น จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการบริหารจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านั้น ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ 33. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ไม่เกิน 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้ จะต้องนำฝากสหกรณ์ออมทรัพย์หรือธนาคาร ในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ 34. เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทน ร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง 

ข้อ 35. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการบริหารหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ 36. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินแทรัพย์สินจากคณะกรรมการบริหาร และสามารถจะเชิญกรรมการบริหารหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ 37. คณะกรรมการบริหารจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

 หมวดที่ 6

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

 ข้อ 38. ข้อบังคับของสมาคม จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคมเท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ใน ของสมาชิกสามัญทีเข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 39. การเลิกสมาคม จะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกด้วยเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคม จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ใน 4ของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว้าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ 40. เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 หมวดที่ 7

บทเฉพาะกาล

 

ข้อ 41. ข้อบังคับฉบับนี้ ให้เริ่มบังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ 42. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาต ให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้ก่อตั้งทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและรักษาการในตำแหน่งกรรมการบริหารของสมาคมเพื่อรับสมัครสมาชิก และเมื่อรับสมัครสมาชิกได้จำนวนพอสมควร ก็ให้จัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้น เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดแรกของสมาคม ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการจัดประชุมใหญ่ให้เสร็จภายใน ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ศูนย์วิจัยปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ที่อยู่ :  123 หมู่ที่ 16 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง
จังหวัด :ขอนแก่น.     รหัสไปรษณีย์ : 40002
เบอร์โทร : 0-4320-2696